วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

[One-Shot] I've got a city love : Percival x Credence

Title: I've got a city love
Pairing: Percival x Credence
Fandom: Fantastic Beast And Where to Find Them
Rate: PG-15
Note: เสี่ยขา------- 
BGM: John Mayer - City Love








วาเลนไทน์คือวันที่แสนน่าเบื่อ







คืนนี้อากาศเย็นกว่าทุกวัน



อุณหภูมิติดลบจนเสื้อโค้ทที่สวมมาไม่ได้ช่วยอะไร



เขาคีบบุหรี่ สูดควันเข้าปอด หลบคู่รักชายหญิงที่พากันเดินหยอกล้อไม่มองทาง ชายหนุ่มปรายตามองตามคนทั้งคู่พลางกระชับเสื้อตัวหนา


เขารู้สึกหนาวยิ่งกว่าเดิม


และเขาก็เบะปาก






วันนี้วันวาเลนไทน์


อยู่ดีไม่ว่าดีดันนึกคึกอยากจะออกมาเดินเล่น ทั้งๆที่ตอนแรกคิดเอาไว้เสียดิบดีว่าจะนอนให้เต็มอิ่ม เพราะวันพรุ่งนี้ไม่ต้องเข้าเวร




เพอร์ซิวัล เกรฟส์ คือนายตำรวจหนุ่มแสนสันโดษ ผู้ที่วันๆจมอยู่กับกองเอกสาร การจับผู้ร้าย งาน และความมุ่งมั่นในการเลื่อนตำแหน่ง




หน้าที่ทำให้เขาจมปลักอยู่แต่กับการทำงาน




เขาไม่เคยคิดถึงการมีคู่ พบเจอคนที่รู้สึกเหมือนจะถูกใจ แต่สุดท้ายเขาก็ปล่อยผ่าน มากสุดก็ความสัมพันธ์ทางกายแค่ชั่วครั้งคราว




ไม่มีสานต่อจากนั้น





I never liked this apple much
It always seemed too big to touch




นายตำรวจหนุ่มเดินไปเรื่อย มองร้านรวงต่างๆข้างทางที่ถูกตกแต่งด้วยสีแดงและสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำเทศกาลแห่งความรักเห็นแล้วก็แอบที่จะอยากอาเจียนนิดๆไม่ได้



เขาก้มหน้า อัดควันร้อนเข้าปอดเฮือกสุดท้ายแล้วโยนบุหรี่ในมือทิ้ง ขยี้ด้วยปลายรองเท้าหนัง เงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็รู้สึกตัวแล้วว่าสถานที่รอบด้านไม่ใช่ที่ที่ตนคุ้นเคยเสียเท่าไหร่



และดวงตาหวานเชื่อมคู่นั้น



ทำให้เขารู้สึกว่าการเดินคนเดียว



มันหนาวเกินไป



"อยากได้คนไปนอนด้วยไหมคุณ"





I can't remember how I found
My way before she came around





"เธอว่าอะไรนะ"



"คุณอยากได้คนไปนอนด้วยไหม แบบว่า มีเซ็กส์"



เขาจ้องใบหน้าเยาว์วัยของเจ้าของประโยคข้างต้นแล้วขมวดคิ้วมุ่น



ตรอกนี้มืดและเกือบจะเปลี่ยว ลับตาผู้คนและตำรวจ



เป็นธรรมดาที่ 'คนจำพวกนี้' จะคอยอยู่เต็มไปหมด คอยหาลูกค้า และผู้คนที่เผลอหลงเข้ามา



ใช้ความงดงามของตัวเองที่มี ยอมลดคุณค่าของกายและใจเพื่อแลกกับเศษเงินเพียงเล็กน้อย


และเพอร์ซิวัลมั่นใจว่า ร่างขาวตรงหน้าไม่มีทางอายุเกินสิบแปด



นั่นยิ่งทำให้ต่อมผู้พิทักษ์กฎหมายของเขาอยากจะออกทำงาน

"เธออายุเท่าไหร่"

"สิบเจ็ด"



แต่ไม่รู้ทำไม



เมื่อได้มองดวงตาคู่ใสที่แฝงด้วยความเศร้าสร้อย


หัวใจที่แสนแข็งกระด้างของเขาก็ละลายลงอย่างรวดเร็ว ราวกับพลาสติกที่โดนไฟลน



เขาถอนหายใจ




.........................................




"ถนนฝั่งนั้นมีโรงเเรม หรือคุณอยากจะไปที่ไหนหรือเปล่า"



"เธอทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว"



เขากระชับมืออีกฝ่าย ออกแรงจูงให้เดินตามโดยที่เด็กหนุ่มยังคงเจื้อยแจ้วเรื่องโรงแรมตรงนั้นทีตรงนี้ทีไม่หยุด เมื่อสักครู่เดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ร่างขาวก็ยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะอาสาเข้าไปซื้อถุงยางอนามัย เขาส่ายหน้า 'ไม่จำเป็นต้องใช้' และเพอร์ซิวัลก็คิดแบบนั้นจริงๆ เพราะในวันนี้เขาไม่คิดจะมีอะไรกับเด็กผู้ชายที่อายุยังไม่ถึงสิบแปดทั้งนั้น


ชีวิตเซ็กส์ของเขาไม่ได้อกอยากปากแห้งเสียจนต้องซื้อกิน



ที่ไม่ปฏิเสธหรือบอกปัดอีกฝ่ายให้ไปไกลๆ และลากเดินมาด้วยกันนั้นก็เพียงเพราะเวทนาดวงตาเศร้าๆคู่นั้น



และแอบถูกใจมันนิดหน่อย


อีกฝ่ายไม่ยอม รั้นจะเข้าไปให้ได้ 'ถึงผมจะทำอาชีพแบบนี้และเป็นผู้ชาย แต่การป้องกันมันก็สำคัญ ถ้าคุณยืนยันที่จะไม่ใช้ผมก็ต้องขอรบกวนให้คุณปล่อย ผมจะไปหาลูกค้าคนอื่น' เขายืนนิ่ง และพยักหน้ายอมแพ้เป็นเชิงบอกให้เด็กตัวขาวเข้าไปจัดการธุระที่ต้องการให้เสร็จ



เขาควักบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อ


จุดสูบ มวนที่สองแล้วของวันนี้


พลางคิดในใจว่าตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่


"ขอบ้างได้ไหม"


เด็กหนุ่มแบฝ่ามือ เขาปัดออก "ทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว" เพอร์ซิวัลถามย้ำ "และอายุแค่นี้ เธอไม่ควรจะสูบ"


"หลายครั้งแล้ว"


"เซ็กส์น่ะหรือ"


“อ่าฮะ ถามทำไม อยากได้ซิงๆหรือไงคุณ”


เขาจ้องเด็กหนุ่มนิ่ง ถอนหายใจ เขกหัวอีกฝ่าย เจ้าตัวขาวร้องโอดโอย


นึกย้อนอดีตไปเมื่อตอนยังเยาว์วัย เวลานั้นอายุสิบเจ็ด ตอนกลางวันเรียนหนังสือ กลางคืนแอบออกเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูง ขโมยรถคันโปรดของพ่อขับชนเสาจนพังยับเยิน เพอร์ซิวัลในตอนนั้นเห็นแต่ภาพของพ่อแม่ที่กำลังทำหน้าผิดหวัง ทุบตีทำร้ายเขาที่ไม่ยอมเชื่อฟัง

ตำรวจบอกว่าผู้ปกครองของเขามาถึงแล้ว เขาก้มหน้ายอมรับสิ่งที่จะต้องเกิด แต่ในความเป็นจริง แม่ร้องไห้วิ่งมากอด นัยน์ตาของพ่อเบิกกว้าง ตัวสั่น เหงื่อแตก ทั้งคู่กอดเขา ถามเสียงสั่นว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไม่ได้ถามถึงเรื่องรถแม้แต่นิด

หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชีวิตเขากลับมาเป็นเหมือนเดิม เรียนและเที่ยวเล่นกับเพื่อนบ้าง มีความรัก เข้ามหาลัย นี่คือชีวิตวัยรุ่นของเขา ชีวิตวัยรุ่นที่เด็กอายุสิบเจ็ดทุกคนพึงมี


“ทำไมถึงคิดทำ” เพอร์ซิวัลหลบตา ก้มหน้า ยกมือเกาหลังคอ ชายหนุ่มรู้ดีว่าคำถามของเขามันละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย แต่เขาก็ถามออกไปแล้ว “ทำไมถึงทำอาชีพแบบนี้ พ่อแม่เธอไม่ว่าอะไรหรือ”


“อาชีพแบบไหนครับคุณ ขายตัวน่ะหรือ” เพอร์ซิวัลรู้สึกเก้อแปลกๆ ทั้งที่เจ้าคนถูกถามยังคงทำหน้าตาเหมือนไม่รู้สึกอะไร


“ได้เงินดี เสร็จแล้วก็วินๆกันทั้งคู่คุณได้เซ็กส์ ผมได้เงิน ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย และเซ็กส์ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ สนุกจะตาย นอกเสียจากจะเจอคนไม่ได้เรื่องล่ะนะ
ส่วนแม่ผม หล่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร หล่อนไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะเป็นหรือตายขอแค่มีเงินให้ ส่วนพ่อ ไม่รู้ว่าตายไปหรือยัง ชีวิตผมมันค่อนข้างจะบัดซบน่ะคุณ
อยากรู้ประวัติอะไรของผมอีกหรือเปล่าครับคุณนักสืบ แล้วเราจะไปกันได้หรือยัง อ้อ ผมชื่อเครเดนซ์ เครเดนซ์ แบร์โบน ทุกคนควรได้รู้ชื่อคู่นอน”


เขากระแอมไอแก้เขินเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้น “เพอร์ซิวัล เกรฟส์ฉันว่าเราไปกันดีกว่า” คว้าแขนเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายขยับตัวแนบชิด คล้องแขนกอดแน่นแนบอก กลิ่นหอมอ่อนคล้ายกุหลาบลอยแตะจมูก ศรีษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมดำขลับซบอยู่ที่ต้นแขน ลืมท่าทางของเด็กขวางโลกเมื่อสักครู่ไปเลย


เขาขมวดคิ้ว แบบนี้คือการเอาใจลูกค้าหรือ



และก็แอบหงุดหงิดตัวเองเล็กๆที่ใจเต้นแรงไปกับมัน





.........................................





เขาพาอีกฝ่ายขึ้นแท็กซี่ บอกทางไปร้านอาหารโปรดที่คุ้นเคย เด็กหนุ่มทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะยักไหล่ ปรกติ ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะกินผมก่อน ค่อยพาไปกินอะไร แล้วจ่ายเงิน เพอร์ซิวัลส่ายหน้า บอกอีกฝ่ายว่าพวกนั้นให้เงินเท่าไหร่ เขาจะให้เป็นเป็นสองเท่า จากนั้นจึงสั่งอาหารเมื่อบริกรของร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเดินมาหา

พวกเขาทั้งคู่สั่งอาหารง่ายๆอย่างพาสต้าและไวน์แดง ร่างสูงยักไหล่ให้เจคอบ เจ้าของร้านผู้คล้ายจะเป็นเพื่อนสนิทของเขา เมื่ออีกคนส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ แล้วหันไปจัดการอาหารตรงหน้าต่อ

กินไปได้สองสามคำก็อิ่ม เขานั่งเท้าข้าง จิบไวน์รสเยี่ยมของร้าน มองตามนิ้วเรียวยาวเกี่ยวเอาเส้นผมยาวซึ่งหล่นปรกปิดใบหน้าชวนมองทัดหู และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าถูกจ้อง เพอร์ซิวัลรู้สึกได้ถึงสัมผัสลูบขึ้นลงที่ใต้โต๊ะ เขากระแอมไอ ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบา เครเดนซ์กินข้าวในจานต่อ ทำหน้าเหมือนไม่ได้ทำความผิดอะไร


สามทุ่มสี่สิบห้า
เขาพาอีกฝ่ายเข้าโรงภาพยนตร์ “มีเซ็กส์นอกสถานที่บ้างก็ดีเหมือนกัน” เขาทำเป็นไม่สนใจ แม้ก้อนเนื้อในอกจะเต้นรัว ท่องในใจว่าเด็กอายุแค่สิบเจ็ด และเขาควรเลิกทำตัวเหมือนตนเองเป็นชายหนุ่มพึ่งหัดรัก


โปรแกรมภาพยนตร์มีแต่เกี่ยวกับเรื่องรักเพราะเป็นวันวาเลนไทน์ คนเด็กกว่าให้เขาเลือก เพอร์ซิวัลลองอ่านเรื่องย่อของแต่ละเรื่อง เลือกเรื่องที่คิดว่าน่าจะเอียนน้อยที่สุด จากนั้นจึงจูงมืออีกฝ่ายไปซื้อป๊อปคอร์นถังโตและน้ำแก้วใหญ่ ซึ่งป๊อปคอร์นถังนั้นก็โดนเครเดนซ์ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว แต่เขาไม่ได้ติดใจว่าอะไร
ขนมแบบนั้นคู่กับเด็กน่ะถูกแล้ว



เขาไม่รู้ว่าภาพยนตร์บนจอกว้างด้านหน้ากำลังบอกอะไร พระเอกนางเอกเป็นอย่างไร เนื้อเรื่องดำเนินในทิศทางไหน


สิ่งที่เขารู้เรื่องเพียงไม่กี่อย่างคือเสียงหัวเราะยามที่นางเอกปล่อยมุกตลก กร่นด่าเมื่อพระเอกทำอะไรโง่เง่าอย่างการไล่คนรักให้ออกไปจากชีวิต

และเสียงสะอื้นเมื่อรู้ว่าพระเอกมีอดีตที่แสนโหดร้าย ครอบครัวแตกแยก หัวใจแหลกสลาย มีชีวิตที่เลวทรามตั้งแต่ยังเยาว์

เหมือนชีวิตที่แสนบัดซบของเครเดนซ์


เพอร์ซิวัลคว้าคอเด็กหนุ่มที่น้ำตานองหน้า ประกบริมฝีปากรวดเร็วจนอีกคนแทบตั้งรับไม่ทัน



ชายหนุ่มใจเต้นแรง เขาจูบกับชายหญิงมานับสิบ

แต่เครเดนซ์เป็นคนแรกที่ทำให้ใจเต้นแรงขนาดนี้


ความตั้งใจแรกก็เพียงแค่ต้องการจูบปลอบประโลมความเศร้าโศกของอีกฝ่าย ใจจริงแล้วเขาไม่อยากจะทำสิ่งใดที่เป็นการล่วงเกินเด็กหนุ่มเสียด้วยซ้ำ


แต่เมื่อริมฝีปากอิ่มเปิดอ้า ลิ้นทั้งสองแตะกันแผ่วเบา


เพอร์ซิวัลกลับหยุดมันไม่ได้



เขาได้ยินเสียงถังป๊อปคอร์นตก และเสียงชิ้นส่วนเล็กๆกระจาย พร้อมกับสองมือน้อยที่วางแปะอยู่บนไหล่ เขาจูบต่อ ไม่สนใจอะไร เสียงรอบข้างมืดดับ ได้ยินแต่เพียงเสียงวิ้งที่หู รู้สึกถึงแรงขยับที่ไหล่เล็กๆเพราะอีกฝ่ายแอบเช็ดคราบขนมลงบนเสื้อของเขา


เรายังคงจูบกันต่อ แม้กระทั่งตอนพากันเดินขึ้นแท็กซี่ ไม่สนใจสายตาและเสียงอุทานตกอกตกใจของคนขับ เพอร์ซิวัลรู้แค่ว่ามันหยุดไม่ได้ ปากอิ่มบวมแดงที่เคล้าไปด้วยกลิ่นคาราเมลจากขนมทำเขายั้งตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เขาผละออกจากกลีบดอกไม้สีสวยชั่วครู่เพื่อให้อีกฝ่ายได้หายใจ ก่อนจะก้มลงไปฉกดมความหอมหวานนั่นอีกครั้ง และอีกครั้ง


ชายหนุ่มสาวเท้าเร็ว จูงร่างน้อยที่แทบจะเดินตามไม่ทันเข้าห้องพัก ผลักอีกฝ่ายลงโซฟากลางห้อง จูบอีกครั้ง ดุดันแต่ทว่านุ่มนวล รู้สึกได้ถึงแรงดึงทึ้งที่ผม และเสียงครางแผ่วที่ทำให้สติเลือนหาย


เด็กน้อยผลักเขาให้นอนหงาย ก่อนจะดันตัวเองให้เป็นฝ่ายขึ้นคร่อม โยนเสื้อโค้ทกันหนาวออก ร่างกายที่แนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างทำให้อากาศร้อนรุ่ม มือเล็กปลดซิบกางเกง ลุกขึ้นยืนแล้วร่นมันออกจากขาขาว ซึ่งมีชะตากรรมเดียวกับเข็มขัด ไปกองที่มุมไหนสักที่ของห้อง ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของร่างนวลเนียนจึงเหลือเพียงเสื้อยืดและชั้นในตัวจ้อย


มองเลยขึ้นไปคือใบหน้ายั่วเย้าฉายแรงอารมณ์ และปากอิ่มบวมแดง


ในหัวสมองกลับนึกถึงดวงตาเศร้าสร้อยและน้ำตาของอีกฝ่าย


เพอร์ซิวัลเริ่มแน่ใจอะไรบางอย่าง


“นี่เธอ”

ขนแขนลุกเกรียว เขาคว้ามือนิ่มที่หยอกล้ออยู่กับเป้ากางเกง ซิบและตะขอถูกปลดเรียบร้อย ดึงร่างแน่งน้อย พลิกกลับให้อีกฝ่ายอยู่ด้านล่าง กดจูบที่ปากอิ่มแดงเพราะอดใจไม่ไหว ก่อนจะหลับตาสักพัก ถอนหายใจ สะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งสูง ได้ยินเสียงอีกฝ่ายครางอย่างหงุดหงิดที่ถูกขัดอารมณ์วาบหวาม


“ทำไม


“ฉัน เอ่อ พูดตรงๆเลย ฉันไม่อยากให้เราทั้งคู่จบลงที่เซ็กส์เลย

เธออายุแค่เพียงสิบเจ็ด และเธอก็งดงามมาก

สำหรับฉัน... เธอมีอะไรมากกว่านั้น” เขาพูดพลางลูบหัวอีกฝ่าย หยิบเส้นผมที่ปรกหน้าทัดหู ก่อนจะคำรามและหยุดมือเล็กที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆกางเกงชั้นใน

“เรื่องเงิน ฉันจะจ่ายให้เธอตามสัญญา ไม่ต้องกลัวว่าจะเบี้ยว เท่าไหร่ก็ได้ ฉันมีเงิน” เด็กหนุ่มหัวเราะ เพอร์ซิวัลรู้สึกตัวเองหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร “แต่ขออะไรสักอย่างได้ไหม”


“อะไรหรือครับ” อีกฝ่ายถามตามใส ลุกขึ้นตามแรงดึงของคนแก่กว่า มองอีกฝ่ายที่นั่งนิ่ง แล้วยักไหล่อย่างปลงตกว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“เลิกรับลูกค้าได้ไหม ฉันขอเหมาเธอคนเดียว”


เด็กหนุ่มนิ่ง เพอร์ซิวัลคิดว่าตนพลาดไป อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาเป็นคนบ้า แต่ก็ต้องตกใจกับเสียงหัวเราะดังลั่นห้องพักของอีกฝ่าย และแสบตาเพราะรอยยิ้มแสนสดใสสั่นหัวใจที่อยู่กันมาหลายชั่วโมง เด็กน้อยพึ่งได้ยิ้มให้เขาเห็น “เหมือนคุณกำลังจีบผมเลยนะ”



เขาหน้าเห่อร้อน คิดในใจว่าหน้าต้องแดงแน่นอน เพอร์ซิวัลไม่ได้จีบใครมานานเป็นสิบปี ลืมไปแล้วว่าการจีบคนเป็นอย่างไร ที่พูดออกไปเช่นนั้นเพราะกลั่นกรองออกมาจากสมองและหัวใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงได้พูดออกมา



“คิดแบบนั้นก็ได้มั้ง”



“ดีจัง” อีกฝ่ายยิ้มหวาน บิดขี้เกียจ รับกางเกงจากมือคนแก่กว่าไปสวมใส่ “อยู่ดีๆก็มีเสี่ยเลี้ยง ผมยอมรับข้อเสนอละกัน”



เขานั่งลงข้างอีกฝ่าย อดใจไม่ไหวจึงกดจูบลงบนกลีบปากอิ่มอีกครั้งและรีบผละออกมาเพราะกลัวเตลิด จากนั้นทั้งคู่ก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไร มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกและเสียงก้อนเนื้อในอก


“คุณจะไม่ทำอะไรจริงๆน่ะหรือ คุณไม่ได้ล้อเล่นหรือ” เป็นเครเดนซ์ที่ทนความเงียบไม่ไหวพูดขึ้นมา เขามองหน้าชายอายุมากกว่า คิ้วขมวด


“ไม่ทำ และไม่ล้อเล่น” เพอร์ซิวัลพยักหน้า ควานหากระเป๋าเงิน หยิบธนบัตรทุกใบที่มียัดใส่มือเด็กตัวขาว “ฉันพูดจริงๆนะเครเดนซ์”



เด็กหนุ่มหัวเราะ เสียงที่ฟังยังไงก็ขมขื่นเกินกว่าที่จะหัวเราะเพราะมีความสุข “ทั้งๆที่ผมเป็นแบบนี้น่ะหรือ เป็นเด็กบ้านแตก ทั้งตัวไม่มีอะไรนอกจากร่างกายที่ไว้ใช้แลกเงิน แถมเราพึ่งเจอกัน และการเจอกันครั้งแรกของเราก็ไม่ได้โรแมนติก น่าภูมิใจ คุณจะจีบผมจริงๆหรือ”


ดวงตาของเด็กหนุ่มเศร้าสร้อยเสียจนเพอร์ซิวัลต้องจูบที่ปากนั่นอีกรอบจูบเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เขาไม่ตอบอะไร แต่ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด กดหัวซุกอก คิดภาพแทบไม่ออกว่าชีวิตที่ผ่านมาของเครเดนซ์มันบัดซบแค่ไหน ตั้งแต่เล็กจนโตเขามีพ่อแม่ เพื่อน ญาติพี่น้องคอยอยู่เคียงข้างเสมอ เงินทองมีเหลือกินเหลือใช้ ชีวิตถูกใช้ได้ตามต้องการ แต่กับชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ตรงกันข้าม เหมือนอยู่กันคนละโลก


และถูกที่พวกเขาพึ่งเจอกัน เขาไม่รู้และตัดสินไม่ได้ว่าความรู้สึกตรงนี้คืออะไร ที่รู้เพียงตอนนี้ก็คือความรู้สึกอยากปกป้อง
และอยากมอบความรักให้เด็กน้อยข้างกาย



“ฉันไม่สนนะ ว่าชีวิตเธอมันเลวร้ายแค่ไหน ฉันบอกเธอไปแล้วว่าเธอมีค่ามากกว่านั้นนะเครเดนซ์” เขาหยุดพูด เห็นประกายบางอย่างในตาคู่สวยแสนโศก น้ำใสไหลล่วง เขาซับออกแผ่วเบา “ฉะนั้น ฉันแนะนำให้เธอรับข้อเสนอนั้นเสีย ฉันเป็นตำรวจ ยศฉันสูงเงินเดือนฉันเยอะ ดูแลเธอ เลี้ยงเธอได้สบาย และจับไอคนที่มีเซ็กส์กับเธอได้ข้อหาพรากผู้เยาว์”



เขายิ้ม

พอใจตัวเองเป็นอย่างมากที่ทำให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้และเผยรอยยิ้มสดใสได้อีก


เครเดนซ์ยิ้ม มือน้อยไต่ลงที่เป้ากางเกง “แล้วคุณจะไม่ทำอะไรจริงหรือ”


“ให้ตายสิเครเดนซ์ ตอนนี้ยังก่อน ฉันต้องจีบเธอก่อนนะเด็กน้อย

ฉันจะรอให้เธออายุครบถูกต้องตามกฎหมาย เข้าใจไหม เลิกทำแบบนี้ ไม่งั้นฉันคงต้องโยนตัวเองลงตารางเสีย”


และจากนั้นเครเดนซ์ก็เอาแต่หัวเราะและยิ้มไม่หยุด


การจีบขั้นแรกของเขาคือจูบหวานฉ่ำและซื้อช็อคโกแลตยี่ห้อโปรดให้อีกฝ่ายเป็นของขวัญ นอนกอดกันสักพัก แล้วเขาจึงพาอีกฝ่ายไปส่งบ้าน เมื่อเด็กหนุ่มกระซิบข้างหูว่าพรุ่งนี้ตนมีเรียนต่อ (และเขาก็แอบดีใจเล็กๆที่อีกฝ่ายยังเรียนหนังสือ)

เขาขอเบอร์โทร บอกลา จูบที่ขมับ ย้ำอีกครั้งว่าเด็กหนุ่มมีค่ามากแค่ไหน และชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะเต็มไปหมด ก่อนจะจากมา ด้วยความรู้สึกมากมายที่แน่นคับอก ความรู้สึกที่เพอร์ซิวัลไม่ได้สัมผัสกับมันมานานแสนนาน



And I can't remember life before her name



จริงๆแล้ว

วาเลนไทน์ก็ไม่ได้น่าเบื่อสักเท่าไหร่
fin.





------------------------------------------------------------------------------------------
งานเผา งานอยากมีฟิควาเลนไทนนนน์-------













แฮปปรี้วาเลนไทน์ค่ะ<3





วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

[Fic] I don't know how to make a feeling stop : Percival x Credence - (1/2)

Title: I don't know how to make a feeling stop
Part: 1
Pairing: Percival x Credence
Fandom: Fantastic Beast And Where to Find Them
Rate: PG-15
Note: AU กรุ๊งกริ๊งๆใสๆ สบายสมอง(มั้ง)เพราะหาสาระไม่ได้









ฉันให้เวลาเธออีกสองนาที
ถ้ามาไม่ทันก็เตรียมโบกมือลาเจ้าซื่อบื้อนั่นได้เลย



สองเท้าเร่งความเร็วในการวิ่ง ฟันขาวขบแน่นสะกัดกั้นอารมณ์หงุดหงิด ก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือ
เขากดลิฟต์ ผ่านไปสามสิบวิแล้วก็ยังไม่มีวี่แวว เขาเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งนาทีครึ่ง


เด็กหนุ่มสูดหายใจลึก สับเท้า วิ่งขึ้นบันไดด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
เขาหอบ พักหายใจ ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อ กร่นด่าในใจว่าทำไมจุดหมายปลายทางของเขาต้องอยู่สูงถึงขนาดชั้นที่สิบของตึก!


เขาวิ่ง
วิ่ง สูดลมหายใจ เหลือเวลาอีกเท่าไหร่


สิบ


เก้า


แปด


เจ็ด


หก


ห้า


สี่


สาม


สอง


หนึ่ง


"ผมมาแล้ว!"
เขาตะโกน เกาะขอบประตูแน่น หอบตัวโยนน่าสงสาร


เด็กหนุ่มเหลือบมองร่างกำยำที่นอนแผ่เอาแขนหนุนต่างหมอน ยิ้มกรุ้มกริ่มสบายใจบนเตียงอย่างหงุดหงิด


ใจอยากจะวิ่งเข้าไปเสยคางสมบูรณ์แบบนั่นสักทีสองทีให้หายแค้น แต่เมื่ออีกคนหมุนหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งโชว์รูปน่าเกลียดของเขาอยู่ สิ่งที่ทำได้ในตอนนั้นก็คือการสูดลมหายใจเข้าออก ตั้งสติ กอดอก และถามถึงความต้องการของอีกฝ่าย


"คุณต้องการอะไร ผมฝ่าไฟแดงมา ถ้าผมโดนอะไรคุณต้องรับผิดชอบนะ" เขาพูด ทำหน้าบึ้ง แต่อีกคนก็ยังเอาแต่ยิ้ม


"ฉันหิว" พูดหน้าตาย ปิดปากหาว


การทำเหมือนไม่แคร์โลกเช่นนั้นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มหงุดหงิด


เขาขับรถฝ่าไฟแดงและวิ่งขึ้นบันไดเป็นสิบชั้น เพียงเพราะพ่อคุณชายเขาหิวหรอ!


"คุณสั่งรูมเซอร์วิสก็ได้นี่! คุณรู้ไหมว่าผมกำลังคุยงานให้คุณ คุณเกือบจะได้งานพรีเซ็นเตอร์น้ำหอมที่ดังโคตรๆอยู่แล้วนะ จะไม่เอาใช่ไหมงานน่ะ" ยกสองฝ่ามือกุมหน้าผาก เขาสู้อุตส่าห์ไปคุยเรื่องการตกลงเซ็นสัญญาพรีเซ็นเตอร์แบรนด์น้ำหอมที่กำลังโด่งดัง อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็ส่งข้อความบังคับให้รีบมาหา ก็นึกว่าจะมีเรื่องอะไร


แค่หิว!


แบบนี้ทุกที เขาอยากจะลบรูปบ้าๆนั่นให้หมดไปสักทีจริงๆ!


"แค่นี้ฉันก็ดังพอแล้วน่า" หน้าตายอีกแล้ว ต่อยสักที ใบหน้าหล่อๆที่ไว้ใช้หากินนั่นจะเป็นอะไรไหมนะ "อย่างไรก็ช่าง แต่ตอนนี้ฉันหิว"


"แล้วคุณจะกินอะไร ผมจะไปหา--"

ยังไม่ทันจบประโยค ร่างผอมๆก็ถูกกระชากกดให้แผ่ราบไปบนเตียง เขาพยายามดิ้น แต่อีกฝ่ายดันเอาลำตัวหนาขึ้นมาทับจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก ใบหน้าของทั้งห่างกันแค่คืบ


"ป ปล่อยสิครับ หิวไม่ใช่หรือ ผมจะไปหาอะไรมาให้กินไง"


"ฉันหิว"


"ครับ"


"หิวมาก"


เด็กหนุ่มสูดหายใจ นับหนึ่งถึงร้อยอย่างอดกลั้น "ผมรู้ ก็บอกสิครับว่าจะกินอะไร สั่งพิซซ่าไหม แต่กินมากๆก็ไม่ดี ช่วงนี้คุณควรรักษาหุ่น"


"ไม่ล่ะ ฉันหิวเธอ" ริมฝีปากบางเฉียบกระซิบ "ฉันอยากกินเธอ"


ยังไม่ทันได้โวยวาย อีกฝ่ายก็ประกบปากปิดกั้นเสียงกร่นด่าทันที มือขาวพยายามผลักไหล่หนาให้ถอยห่าง พ่อดาราดังแทรกลิ้นร้อน จู่โจมจูบอย่างหิวกระหายจนเด็กหนุ่มแทบหมดลมหายใจ


เขาทุบอกคนแก่กว่าเป็นสัญญาณบอกอีกคนว่าเขาหายใจไม่ออก ชายหนุ่มผละริมฝีปาก  คลอเคลียอยู่แถวมุมปาก ไล่เลียคราบน้ำสีใส ลากต่ำลงมาที่ต้นคอขาว สูดดมกลิ่นหอมสดชื่นเจือกลิ่นเหลื่อ รวบมือข้างหนึ่งที่กำลังผลักเขาให้ถอยห่างกดลงกับเตียง ฟันคมกัดลงที่ต้นคอขาวซีดจนเกิดเป็นรอยแดงจางๆ


แอบโกรธตัวเองนิดหน่อย
ที่รู้สึกเคลิ้มไปกับสัมผัสร้อนชื้นของลิ้นที่ลากผ่านตามช่วงลำคอ


"หอมจัง ยิ่งดม... ฉันยิ่งหิว"


เขาพูดเสียงกระเส่า เรียกริ้วแดงจากแก้มทั้งสองข้างจากร่างข้างใต้ได้อย่างดี
ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันเกิดจากความเขินอายหรือโกรธจนอยากจะกินหัวเขากันแน่ก็ตาม


"ปล่อยเถอะนะครับคุณเกรฟส์ บ่ายสามคุณมีงานถ่ายแบบต่อนะครับ อ๊ะ" ร่างข้างใต้ยกงานขึ้นมาอ้าง เมื่อมือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้แน่นไม่มีอะไรปัดป้อง และเริ่มรู้สึกได้ถึงเสียงรูดซิปกางเกงของตัวเอง


"ช่างมันอีกตั้งสามชั่วโมง ทันอยู่"




ร่างบางอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจัดการถอดเสื้อของตัวเอง ออกแรงผลักจนหงายหลัง กระโดดเหยง รูดซิปแล้ววิ่งหนีไปอีกมุมหนึ่งของห้อง "ผมว่าคุณควรจะอาบน้ำ แล้วเเต่งตัวแล้วไปทำงานเถอะ!"


"ไม่ ฉันบอกว่าหิวไง
 

และเมื่อฉันหิว ฉันก็จะกิน"


อีกฝ่ายสาวเท้าเข้าหาเหมือนเสือที่จ้องจะตะครุบลูกแมว แขนยาวพยายามคว้าเอวคอด แต่เสียดายที่อีกคนเร็วกว่า เด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปที่ประตู หมายจะวิ่งออกจากห้องนอน


ในขณะที่กำลังลิงโลดคิดว่าตนรอดจากการถูกกินเป็นแน่แท้แล้ว "เครเดนซ์!" อีกฝ่ายเรียกชื่อเสียงลั่น หยุดเขาได้ชะงักโดยการโชว์จอโทรศัพท์ที่มีรูปภาพน่าอายของเขากำลังจะถูกส่งต่อไปยังนิวท์ สคาร์มันเดอร์—คนรักของเขา



"อย่านะ!"



และได้ผล เขาไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้วก้อย



"ก้าวอีกแค่ก้าวเดียวฉันจะกดส่ง"



เขายิ้มยียวนกวนเท้า ก้าวฉับไปหาร่างที่กำลังยืนทำหน้าเป็นแมวหงอย และส่งเสียงประท้วงบ่นงึมงำเป็นลูกแมวเมื่อสองแขนแกร่งรวบเอวบาง แบกขึ้นบ่า ทั้งที่เด็กหนุ่มสูงกว่าเขา แต่กลับอุ้มขึ้นได้สบายๆ



คนอายุมากกว่าวางเด็กหนุ่มลงเตียงอย่างเบามือ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต โยนทิ้งอย่างไม่ได้คิดสนใจ ก้มพรมจูบหน้าอกขาวผ่องล่อตาล่อใจ เสียงดูดเลียเฉอะแฉะทำคนถูกกระทำรู้สึกทั้งเคลิ้มและอยากจะทุบหัวคนไปในเวลาเดียวกัน



“ฮ้า” เด็กหนุ่มหลุดเสียงคราง เมื่อลิ้นร้อนแฉะลาดผ่านจุดกระตุ้นบนหน้าอก ยกมือทั้งสองขึ้นปิดปาก เขาไม่มีทางยอมส่งเสียงใดๆที่แสดงถึงความพอใจให้ตาแก่หัวงูนี่ได้ยินเป็นอันเด็ดขาด


"อย่าขมวดคิ้ว อย่าทำหน้าเหมือนฉันไปฆ่าพ่อฆ่าแม่เธอได้ไหม ให้ตายเถอะ เอามือออกซะ เครเดนซ์" มือที่ปิดปากเอาไว้ถูกกระชากออก พร้อมกับกางเกงขายาวที่ถูกถอด และตามด้วยชั้นในตัวจิ๋ว


"จะเบะปากขมวดคิ้วไปทำไมเล่า เราก็มีความสุขกันทั้งคู่...

เห็นเป็นแบบนี้ทีไร เธอก็ครางเสียงดังตลอด"


ใบหน้าหล่อเหลายิ้มเจ้าเล่ห์น่าตี ก้มลงไปฟัดปากแดงๆที่เบะออก กำลังจะโวยวายงอแงให้หายหมั่นเขี้ยว

เขาจูบ ดูดดุนเยลลี่สีแดงนุ่มนิ่ม จูบใต้คางได้รูป สร้างรอยสีแดงสวย ขยำ พรมจูบหน้าอกแบนราบ ปัดป่ายมือแถวส่วนล่างที่ไร้สิ่งใดปกปิด อีกฝ่ายหลุดเสียงครางฮือ (ซึ่งเด็กหนุ่มพยายามกลั้นเสียงของตัวเองอย่างสุดความสามารถ เด็กดื้อ)

เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยใต้ร่างเริ่มเคลิ้มตามสัมผัส เขาจึงผละออก มือจับขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกห่าง ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะก้มลงไปจัดการกับมือเที่ยงตรงหน้า เรียกเสียงครางแหบ หวานรัญจวนใจ

.

.

.

เพอร์ซิวัล เกรฟส์คือนักแสดงผู้โด่งดังของวงการบันเทิง

เป็นคนดี เป็นพ่อพระ เป็นสุภาพบุรุษสุดอ่อนโยน



ในสายตาคนอื่น


เพอร์ซิวัล เกรฟส์คือเทพบุตร


แต่ใครเล่าจะรู้


"อา... ให้ตายสิเครเดนซ์ นายนี่จะคับทุกครั้งที่ทำกันเลยหรือไง"


ใครเล่าจะรู้ว่าจริงๆแล้วเพอร์ซิวัล เกรฟส์เป็นคนลามก
และร้ายกาจยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น!



เครเดนซ์ถูกส่งให้มาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของอีกฝ่ายเมื่อสามเดือนที่แล้ว (เนื่องจากคนก่อนหน้านี้เธอลาออกไปเลี้ยงลูก) เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงแบบเขาพร้อมทำงานเต็มที่ และด้วยความที่ใหม่ จึงมีบางครั้งที่ทำผิดพลาด ก็มีคุณเกรฟส์นี่แหละที่คอยแก้ ชี้จุดบกพร่องให้ตามประสาคนที่อยู่มานานกว่า ไม่เคยว่ากล่าวให้เด็กหนุ่มได้รู้สึกแย่


เพอร์ซิวัลดูเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดถ้าไม่สนิท เขามองว่าอีกฝ่ายนั้นจิตใจดีและอ่อนโยน
ชายหนุ่มชอบมองจ้องเขา ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้เด็กหนุ่มขัดเขิน แต่เขาก็พยายามที่จะไม่คิดอะไรมาก บางครั้งอีกฝ่ายก็ชอบที่จะลูบหัว คงจะนึกเอ็นดูเหมือนลูกคนหนึ่ง


ซึ่งที่คิดไปข้างต้นนั้น
เขาคิดผิดไปเกือบหมดทุกอย่าง



วันนั้น

วันเกิดครั้งที่ 27 ของนิวท์ สคาร์มันเดอร์ แฟนหนุ่มที่แสนดีของเขา

เด็กหนุ่มเชิญเพอร์ซิวัลให้มาร่วมงาน อีกฝ่ายตอบตกลงอย่างโดยดี หอบของขวัญกล่องใหญ่สีเหลืองสดมาให้ (ซึ่งยัดใส่มือเขาแทนที่จะนิวท์ ผู้เป็นเจ้าของวันเกิดที่ยื่นมือหมายจะรับ แต่ต้องชักกลับอย่างงุนงง) เขาจึงถือโอกาสแนะนำคนรักให้เจ้านายได้รู้จัก อีกฝ่ายทำหน้าเรียบนิ่ง เชิดหน้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ถึงแม้บรรยากาศตอนจับมือทำความรู้จักกันนั้น ฝ่ายเพอร์ซิวัลดูจะมาคุแปลกๆ


นิวท์แอบใส่แหวนเพชรไว้ในแก้วไวน์ มุกขอแต่งงานน้ำเน่าและเเสนเลี่ยน แต่ก็ทำอิ่มเอมหัวใจ ชายหนุ่มประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเราทั้งหมั้นกัน ตอนนี้นิวท์กำลังเดินเรื่องเปิดคลินิกสัตว์ของตัวเอง อีกไม่ถึงปีก็จะสำเร็จเรียบร้อย ขอให้ทุกเฝ้ารอเตรียมตัวมางานแต่งงานของพวกเขา

เครเดนซ์สวมแหวน รับจูบหวานๆจากคนรัก แก้มสองข้างแดงปลั่งจากคำแซวของเพื่อนๆในงาน

และต้องหุบยิ้มฉับเมื่อหันไปเห็นใบหน้าทะมึนของเจ้านาย อีกฝ่ายเดินหนีไปทางครัว ซึ่งเขาก็มองตามไปอย่างงุนงง แต่เสียงของนิวท์ก็ดึงความสนใจเขาไปได้


ทุกคนในงานสนุกกันเต็มที่ มึนเมากันอย่างสุดติ่ง ฉลองให้เพื่อนรักที่พึ่งประกาศว่าหมั้นกัน หรือบางทีแค่อยากจะหาเรื่องเมากันเฉยๆ เขาก็ไม่ใคร่จะสนใจ


เครเดนซ์มองหาเจ้านายของตนซึ่งไม่รู้จักใครในที่นี้ เขาผละออกจากนิวท์ที่เริ่มจะพูดไม่รู้เรื่อง บอกอีกฝ่ายให้เลิกดื่มกับเพื่อนและไปนอนได้แล้ว คนรักของเขาพูดเสียงอ้อแอ้ว่าขออีกสักพัก แตะจูบเบาๆที่ริมฝีปาก แล้วออกมาตามหาเจ้านายของตน เขาเองก็เริ่มมึนหัวแล้วเหมือนกัน


เขาเจอเพอร์ซิวัลนั่งอยู่ที่สวนหลังบ้านหลังจากคิดว่าอีกฝ่ายคงจะกลับบ้านไปแล้ว คนอายุมากกว่ามองเหม่อไปด้านหน้าเหมือนไม่รู้สึกตัวว่ามีใครเดินมา ด้านข้างมีขวดแอลกอฮอลล์สีใสวางคู่ "มานั่งทำอะไรตรงนี้ครับคุณเกรฟส์ งานไม่สนุกหรือ ขอโทษจริงๆนะครับที่ปลีกตัวออกมาคุยด้วยไม่ได้"

อีกฝ่ายยักไหล่ "ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนพวกเธอเยอะนี่นา" ตาคู่สวยมองตรงไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด "ยินดีด้วยนะสำหรับเรื่องวันนี้"

"ขอบคุณครับ" เขาก้มหน้า ทัดปอยผมยาวด้วยความเขิน

"ลองนี่สิ ชนแก้วกัน" อีกฝ่ายยื่นแก้วบรรจุน้ำสีใสมาให้ โดยในมืออีกฝ่ายถือขวดที่มีน้ำนั่นอยู่ครึ่งขวด "ฉันพึ่งไปเอามาจากรถ ตั้งใจเปิดฉลองเพื่อเธอคนเดียว"

เขาส่ายหน้าเพราะตัวเองก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว เดินเหินได้ขนาดนี้ก็ดีแค่ไหน "ไม่ดีกว่าครับคุณเกรฟส์ พรุ่งนี้เรามีคุยงานต่อนะครับ ถ้าผมกินต่อมากกว่านี้ได้ลิ้นพันใส่ลูกค้าแน่ๆ"

"นี่... อย่าเสียมารยาทสิเครเดนซ์"

และประโยคนั่น แอลกอฮอลล์รสเฝื่อนลิ้น สัมผัสอุ่นร้อนที่ริมฝีปาก คือสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้

.

แสงแดดจ้ารบกวนการนอนของเขาเหลือเกิน

ตาสองข้างกระพริบ บิดขี้เกียจ ร้องครางเหมือนแมวเมื่อรู้สึกร้าวไปหมดทั้งตัวโดยเฉพาะสะโพก เด็กหนุ่มพลิกหมุนกลับไปอีกฝั่ง เกี่ยวขากับสะโพกสอบ ซุกและแนบแก้มกับหน้าอกคนรัก

"นิวท์ คุณทำอะไรผม ผมปวดสะโพกแทบตายแหน่ะตอนนี้" เขาพูดโดยที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าอกแข็งแรง หัวเราะคิกคัก เคลื่อนริมฝีปากกดจูบปลายคางคนรัก


และคิดได้ว่า


นิวท์ไม่เคยไว้หนวด


"เมื่อคืนฉันทำแรงไปหรือ หืม"


"คุณเกรฟส์!" เขาตกใจจนแทบจะถีบเจ้านายของตนตกเตียง โดยที่อีกฝ่ายไม่มีอาการตกใจแม้แต่นิด มีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์น่าขนลุกประทับบนใบหน้า


เขาไม่รู้ว่าทั้งเขาและคุณเกรฟส์มาจบลงที่ตรงนี้กันได้อย่างไร
แต่รูปที่อีกฝ่ายเปิดให้ดูพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจเจ้าแผนการนั่นก็บอกได้ชัดเจนว่าเมื่อคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง


พลาด


มันพลาดมาก


นี่เป็นสิ่งที่พลาดที่สุดในชีวิตของเครเดนซ์


"เธอต้องทำตามทุกอย่างที่ฉันสั่ง
ห้ามขัดขืน ห้ามต่อรอง ห้ามขัดใจ ห้ามทำให้โมโห ห้ามทำให้หงุดหงิด

ไม่งั้นฝันหวานที่จะได้แต่งงานและเปิดคลินิกสัตว์ของเธอและคนรักคงจะได้จบเห่แน่ ตกลงไหมที่รัก"

.

.

.

.

อย่างที่บอกนั่นแหละ


เพอร์ซิวัล เกรฟส์นั้นร้ายกาจ เขาไม่ใช่เทวดาคนดีลงมาเดินดินที่ไหน


ชอบวางอำนาจ ชอบออกคำสั่ง หลงตัวเอง หื่นกาม


ถึงแม้บางครั้งจะชอบทำตัวอ่อนโยนใส่


แต่อย่างไรก็ตาม เพอร์ซิวัลน่ะซาตานชัดๆ



"เธอรักเซ็กส์ของฉันจะตาย เล่นตัวไปให้ได้อะไร หืม"

มือหนาขยำก้นนุ่มนิ่ม ยิ้มกรุ้มกริ่มได้ใจเมื่อใบหน้าน่ารักนั้นขมวดมุ่น กัดฟันแน่นเมื่ออีกฝ่ายขยับสะโพกขึ้นลงช้าเนิบนาบไม่ทันใจ เหมือนจะแกล้งเอาคืน

"หลงตัวเอง จริงๆแล้วเซ็กส์ของคุณน่ะมันห่วยแตกที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย"

อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ ถอนตัวเองออก ผลักเด็กหนุ่มให้นอนราบไปกับเตียง แล้วจะสอดใส่ตัวตนเข้าไปอีกรอบ ขยับเข้าออกรัวเร็วจนเด็กน้อยหน้าสั่น
เครเดนซ์จิกเล็บที่แขนแกร่งเมื่ออีกคนยิ้มแกล้ง เพอร์ซิวัลสูดปากเพราะความแสบ


"เธอโกหก"

“ผมพูดจริง”


ใช่
เครเดนซ์โกหก

ตอนนี้เขาแทบจะตายคาอกพ่อดาราใหญ่อยู่แล้ว


.

.

.

.

"ถึงเธอจะแอบลบรูปในนั้นได้ แต่เธอไม่คิดว่าฉันจะเก็บไว้ที่อื่นเลยหรือ"
เครเดนซ์สะดุ้งโหยง ปล่อยโทรศัพท์เครื่องหรูไว้ที่เดิมของมัน หันไปค้อนใส่คนที่พึ่งอาบน้ำ เบะปากคว่ำ สองแขนยกกอดอก



เด็กหนุ่มจะรู้ไหม
ว่าการทำแบบนี้มันน่าฟัดขนาดไหน



"ของดีๆฉันไม่เก็บไว้ที่เดียวหรอก เธอรูปนั้นเซ็กซี่จะตายไป"

"คุณเกรฟส์!" เครเดนซ์ฟาดมือไปที่แขนแข็งแรงเปียกน้ำ ถึงแม้จะฟาดจนเป็นรอยแดงขนาดนั้นอีกฝ่ายก็ยังคงยิ้ม น่าหงุดหงิด



"คุณผู้ชายกรุณาแต่งตัวเถอะครับ ผมขอร้อง เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว เผื่อรถติด เดี๊ยวจะไม่ทันเอานะครับ"


คนแก่กว่าหัวเราะน้อยๆให้กับสรรพนามประชดประชันน่าเอ็นดู เด็กหนุ่มยื่นเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้อีกฝ่าย แก้มสองข้างขึ้นสีแดงเรื่อเมื่ออีกฝ่ายปลดผ้าขนหนูลงจนทั้งเนื้อทั้งตัวเปลือยเปล่า


ถึงเขาจะเป็นผู้ชาย (แถมยังเคยร่วมเตียงกันมาหลายครั้ง) แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆจะมาแก้ผ้าโทงเทงใส่กันแบบนี้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรได้


โรคจิตจริงๆ


.

.

.

.

เครเดนซ์เหยียบคันเร่ง อีกแค่สิบนาทีก็จะถึงเวลานัด


จริงๆควรจะถึงตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายจ้องจะเปลื้องผ้าเขาอย่างเดียว



ไม่ได้หลงตัวเอง แต่แค่สงสัยว่าในตัวเขามันมีอะไรที่ทำให้ชายหนุ่มจุดติดอารมณ์ง่ายขนาดนั้น



'หลังถ่ายงานเสร็จ ผมสัญญา ผมจะไม่ขัดขืนเลย ไม่วิ่งหนี ไม่โวยวาย ไม่บ่นด้วย จริงๆนะ'


ต้องพูดไปอย่างนั้นอีกคนถึงยอมสงบจิตสงบใจและเดินตามก้นเขาขึ้นรถแต่โดยดี



เธอต้องขึ้นให้ฉันด้วยนะ



ถึงแม้เขาจะบ่นไปตลอดทาง เพอร์ซิวัลก็เอาแต่นั่งยิ้ม

.


.

"คุณเกรฟส์" เครเดนซ์เรียกชายหนุ่มที่เดินนำหน้าไปก่อน พยายามย่ำเท้าเดินตามให้ทันเพราะปวดสะโพกเหลือเกิน


เพอร์ซิวัลเห็นแบบนั้นก็หยุดเดิน รอจนอีกฝ่ายตามทัน แล้วจึงออกเดินไปพร้อมกัน


"รู้อะไรไหม ตอนที่คุณกำลังถ่ายงานอยู่ ใครโทรมา"

เด็กหนุ่มทำหน้าตื่นเต้น ปากอิ่มแดงฉีกยิ้มกว้าง ตาที่จ้องเขาเป็นประกายสวยเหมือนดาว เอียงคอเล็กน้อยเหมือนแมวอ้อนให้อุ้ม ท่าทางน่าเอ็นดูนั่นสะกิดหัวใจของเขาอย่างหนัก


"ใคร" เลิกคิ้วถาม เนียนกอดเอว ดึงเข้ามาชิดโดยที่อีกคนไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่ตื่นเต้น


"คุณเจอร์รี่ครับ เจอร์รี่ เดนดริดจ์ ผู้กำกับหนังคนดังที่คุณเคยบ่นกับผมว่าอยากทำงานด้วยไง เขาโทรมาบอกว่าอยากส่งบทที่พึ่งเขียนให้คุณลองอ่าน เขาบอกว่าคุณเหมาะสมกับบทนี้มากๆ โอ้ย คุณไม่ดีใจหรือ เขาไม่ได้กำกับหนังมานานแล้ว กลับมาคราวนี้เขามองคุณเป็นคนแรกเลยนะ"

เด็กหนุ่มกอดแขนเขาแน่นซึ่งตัวเองก็ไม่ได้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร พูดเสียงตื่นเต้นเหมือนได้เล่นเสียเอง ทำท่าทางดีใจเหมือนเด็กเล็กๆ ก่อนจะบึนปากเมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจสิ่งที่ตนกำลังพูด



เพอร์ซิวัลเหมือนได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะลั่นอยู่ในหัว



เพอร์ซิวัลมองซ้ายขวา ยืนนิ่งซักพักรอให้รถสีขาวที่จอดขนาบข้างรถของเขาขับออกไป ยืนมองรอจนมันจนลับตา เมื่อรอบข้างเงียบกริบ ไม่มีสิ่งใดขยับ เขาจึงมองหน้าเด็กหนุ่มที่ขมวดคิ้ว ทำพูดเสียงเล็กเสียงน้อยบ่นว่าเขาไม่สนใจงานสำคัญ


เขาปิดปากเด็กหนุ่ม เปิดประตูด้านหลัง แล้วกระชากเจ้าของเสียงเจื้อยแจ้วเข้าไปในรถ กระแทกประตูปิดดังลั่นไม่สนราคาที่แพงหูฉีก


คนถูกกระทำหน้าตื่น โวยวายเสียงดังจนเขาต้องปิดปากด้วยจูบหวานเชื่อม จูบไปได้สักพักสักพักถึงเลิกโวยวาย และเปลี่ยนมาเป็นจิกแขนเสื้อระบายอารมณ์แทน


มือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อ ขำที่เด็กหนุ่มถอนหายใจ และทำหน้าเหมือนพึ่งนึกอะไรออก ยอมให้เขารังแกตรงนั้นตรงนี้แต่โดยดีไม่ได้มีขัดขืนอย่างที่เจ้าตัวให้สัญญา งานไม่สนใจ หมกมุ่นแต่เรื่องนี้อยู่ได้ เขาได้ยินเสียงพึมพำแว่วๆ


จริงๆแล้วเขาก็ตื่นเต้นเรื่องของเจอร์รี่อยู่หรอก

แต่ใครใช้ให้เจ้าเด็กนี่มาทำหน้าตาน่ารักขนาดนั้นใส่เขากัน

เรื่องนั้นเลยต้องเอาไว้ก่อน


.

.

.

.

"อืม อา เครเดนซ์ เธอจะแต่งงานกับไอหมอนั่นเมื่อไหร่"

ชายหนุ่มลุกนั่ง เอนหลังพิงหน้าตารถ โอบประคองแผ่นหลังของเด็กน้อยที่ขยับขึ้นลงอยู่บนตัวเขา กดจูบที่ขมับชื้นเหงื่อ ก่อนจะพรูลมหายใจหนักเมื่อแรงขมิบตอดรัดจากช่องทางน่ารักนั่นทำแทบทนไม่ไหว อยากกระแทกกระทั้นร่างในอ้อมกอดให้รุนแรงกว่านี้


"ปลายปีละมั้งครับ อีกหลายเดือน คลินิกของนิวท์ก็ใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว อืม คุณ ถ ถามทำไม อา" เด็กหนุ่มจิกหลังแน่นเมื่อเขาสวนกระโพกสอบตอบรับ ตอนนี้ทั้งหลังมีแต่รอยแผลเป็น พวกช่างแต่งหน้าก็พากันแซวใหญ่ว่าเสือแบบเขาไปโดนแมวที่ไหนรังแกมา

เขากอดอีกฝ่ายแน่น พลิกอีกคนให้อยู่ด้านล่าง พยายามไม่ให้ส่วนที่เชื่อมต่อกันหลุด สองขาเรียวโอบรัดสะโพก เขาจูบ จูบย้ำๆซ้ำๆอ่อนหวานและอ้อยอิ่ง แล้วจึงเริ่มขยับสะโพก
อีกฝ่ายมองเขาตาเชื่อม ร่างสั่นตามแรงกระแทก เขาจูบอีกครั้ง มือประคองใบหน้าอ่อนเยาว์ด้วยความทะนุถนอม



เขาหลับตา

ชายหนุ่มนึกถึงครั้งแรกที่ได้เห็นหน้า

ใจเต้นแรง เหมือนได้พบรักครั้งแรกทั้งๆที่ไม่ใช่

เด็กหนุ่มรูปร่างสูงผอม ผิวขาวซีด ไม่ได้มีรูปร่างเย้ายวนใจเหมือนหญิงสาว แต่ก็ทำเขาคลั่งแทบบ้า

มือเขาสั่นตอนที่สัมผัสทำความรู้จักกันครั้งแรก ท่าทางตลกเหมือนชายหนุ่มพึ่งหัดรัก

เมื่อตาใสๆที่มีแต่ความจริงใจนั่นมองมา เพอร์ซิวัลก็รู้สึกเหมือนคนขาหัก เขาวิ่งหนีไปที่ไหนไม่ได้อีกเลย


"รู้ไหม... ฉันอยากให้ใบหน้าของเธอ ตอนที่ฉันกอดเธอ ตาหวานๆแบบนี้ อยากให้ทั้งหมดนั่นเป็นของฉันคนเดียว มีแค่ฉันเท่านั้นที่ได้เห็น"


"..."


"ฉันจะบ้าตายแล้วเครเดนซ์ ฉันควรจะทำยังไงกับความรู้สึกของฉัน ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิดมาก เธอไม่ได้ตัวคนเดียว เธอมีเขา... แต่ฉันก็ทนหันหลังให้เธอโดยไม่ทำอะไรไม่ได้”


“ค คุณเกรฟส์”


“ตอบฉันที ที่รัก... เมื่อถึงตอนนั้น วันแต่งงานของเธอ ฉันจะห้ามหัวใจตัวเองยังไงไม่ให้ต้องเจ็บปวด ฉันจะยั้งตัวเองยังไงไม่ให้เข้าไปพังมัน แล้วลักพาเอาตัวเธอมาเป็นของฉันคนเดียว ตอบฉันทีได้ไหม"


เขาจูบอีกครั้ง ยึดลมหายใจของเด็กหนุ่ม


“และถ้าจะบอกให้ฉันเลิกรักเธอ ฉันก็คงต้องบอกตรงนี้เลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ ฆ่าฉันให้ตายเสียยังดีกว่า”


เครเดนซ์ไม่ได้พูดอะไรตอบ เด็กหนุ่มหลบตา กัดริมฝีปาก ครางเสียงแผ่วเมื่อการร่วมรักใกล้แตะถึงฝั่งฝัน


เขาพรูลมหายใจ เร่งจังหวะ โอบรัดอีกคนแน่น แน่นเหมือนกลัวว่าจะหลุดหายไป


ที่ตรงนี้ เครเดนซ์คือของเขา



เขาจูบที่เปลือกตา จมูก ริมฝีปาก ลำคอ หน้าอกข้างซ้าย

หัวใจ



ใบหน้าของชายหนุ่มผมแดงลอยเข้ามาย้ำเตือน


สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด นิวท์ สคาร์มันเดอร์คือเจ้าของ


ไม่ใช่ของเพอร์ซิวัล เกรฟส์




Tbc.



----------------------------------------------------
/โบกมือและยิ้มกรุ๊งกริ๊ง
ไม่ได้จะมาอารมณ์นี้เลย เผลอไปฟัง Just so you know เฉ๊ย ;_;
และเรทฟิคนั้น... ไม่ผิดหรอกเนาะ