วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

[One-Shot] I've got a city love : Percival x Credence

Title: I've got a city love
Pairing: Percival x Credence
Fandom: Fantastic Beast And Where to Find Them
Rate: PG-15
Note: เสี่ยขา------- 
BGM: John Mayer - City Love








วาเลนไทน์คือวันที่แสนน่าเบื่อ







คืนนี้อากาศเย็นกว่าทุกวัน



อุณหภูมิติดลบจนเสื้อโค้ทที่สวมมาไม่ได้ช่วยอะไร



เขาคีบบุหรี่ สูดควันเข้าปอด หลบคู่รักชายหญิงที่พากันเดินหยอกล้อไม่มองทาง ชายหนุ่มปรายตามองตามคนทั้งคู่พลางกระชับเสื้อตัวหนา


เขารู้สึกหนาวยิ่งกว่าเดิม


และเขาก็เบะปาก






วันนี้วันวาเลนไทน์


อยู่ดีไม่ว่าดีดันนึกคึกอยากจะออกมาเดินเล่น ทั้งๆที่ตอนแรกคิดเอาไว้เสียดิบดีว่าจะนอนให้เต็มอิ่ม เพราะวันพรุ่งนี้ไม่ต้องเข้าเวร




เพอร์ซิวัล เกรฟส์ คือนายตำรวจหนุ่มแสนสันโดษ ผู้ที่วันๆจมอยู่กับกองเอกสาร การจับผู้ร้าย งาน และความมุ่งมั่นในการเลื่อนตำแหน่ง




หน้าที่ทำให้เขาจมปลักอยู่แต่กับการทำงาน




เขาไม่เคยคิดถึงการมีคู่ พบเจอคนที่รู้สึกเหมือนจะถูกใจ แต่สุดท้ายเขาก็ปล่อยผ่าน มากสุดก็ความสัมพันธ์ทางกายแค่ชั่วครั้งคราว




ไม่มีสานต่อจากนั้น





I never liked this apple much
It always seemed too big to touch




นายตำรวจหนุ่มเดินไปเรื่อย มองร้านรวงต่างๆข้างทางที่ถูกตกแต่งด้วยสีแดงและสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำเทศกาลแห่งความรักเห็นแล้วก็แอบที่จะอยากอาเจียนนิดๆไม่ได้



เขาก้มหน้า อัดควันร้อนเข้าปอดเฮือกสุดท้ายแล้วโยนบุหรี่ในมือทิ้ง ขยี้ด้วยปลายรองเท้าหนัง เงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็รู้สึกตัวแล้วว่าสถานที่รอบด้านไม่ใช่ที่ที่ตนคุ้นเคยเสียเท่าไหร่



และดวงตาหวานเชื่อมคู่นั้น



ทำให้เขารู้สึกว่าการเดินคนเดียว



มันหนาวเกินไป



"อยากได้คนไปนอนด้วยไหมคุณ"





I can't remember how I found
My way before she came around





"เธอว่าอะไรนะ"



"คุณอยากได้คนไปนอนด้วยไหม แบบว่า มีเซ็กส์"



เขาจ้องใบหน้าเยาว์วัยของเจ้าของประโยคข้างต้นแล้วขมวดคิ้วมุ่น



ตรอกนี้มืดและเกือบจะเปลี่ยว ลับตาผู้คนและตำรวจ



เป็นธรรมดาที่ 'คนจำพวกนี้' จะคอยอยู่เต็มไปหมด คอยหาลูกค้า และผู้คนที่เผลอหลงเข้ามา



ใช้ความงดงามของตัวเองที่มี ยอมลดคุณค่าของกายและใจเพื่อแลกกับเศษเงินเพียงเล็กน้อย


และเพอร์ซิวัลมั่นใจว่า ร่างขาวตรงหน้าไม่มีทางอายุเกินสิบแปด



นั่นยิ่งทำให้ต่อมผู้พิทักษ์กฎหมายของเขาอยากจะออกทำงาน

"เธออายุเท่าไหร่"

"สิบเจ็ด"



แต่ไม่รู้ทำไม



เมื่อได้มองดวงตาคู่ใสที่แฝงด้วยความเศร้าสร้อย


หัวใจที่แสนแข็งกระด้างของเขาก็ละลายลงอย่างรวดเร็ว ราวกับพลาสติกที่โดนไฟลน



เขาถอนหายใจ




.........................................




"ถนนฝั่งนั้นมีโรงเเรม หรือคุณอยากจะไปที่ไหนหรือเปล่า"



"เธอทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว"



เขากระชับมืออีกฝ่าย ออกแรงจูงให้เดินตามโดยที่เด็กหนุ่มยังคงเจื้อยแจ้วเรื่องโรงแรมตรงนั้นทีตรงนี้ทีไม่หยุด เมื่อสักครู่เดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ร่างขาวก็ยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะอาสาเข้าไปซื้อถุงยางอนามัย เขาส่ายหน้า 'ไม่จำเป็นต้องใช้' และเพอร์ซิวัลก็คิดแบบนั้นจริงๆ เพราะในวันนี้เขาไม่คิดจะมีอะไรกับเด็กผู้ชายที่อายุยังไม่ถึงสิบแปดทั้งนั้น


ชีวิตเซ็กส์ของเขาไม่ได้อกอยากปากแห้งเสียจนต้องซื้อกิน



ที่ไม่ปฏิเสธหรือบอกปัดอีกฝ่ายให้ไปไกลๆ และลากเดินมาด้วยกันนั้นก็เพียงเพราะเวทนาดวงตาเศร้าๆคู่นั้น



และแอบถูกใจมันนิดหน่อย


อีกฝ่ายไม่ยอม รั้นจะเข้าไปให้ได้ 'ถึงผมจะทำอาชีพแบบนี้และเป็นผู้ชาย แต่การป้องกันมันก็สำคัญ ถ้าคุณยืนยันที่จะไม่ใช้ผมก็ต้องขอรบกวนให้คุณปล่อย ผมจะไปหาลูกค้าคนอื่น' เขายืนนิ่ง และพยักหน้ายอมแพ้เป็นเชิงบอกให้เด็กตัวขาวเข้าไปจัดการธุระที่ต้องการให้เสร็จ



เขาควักบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อ


จุดสูบ มวนที่สองแล้วของวันนี้


พลางคิดในใจว่าตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่


"ขอบ้างได้ไหม"


เด็กหนุ่มแบฝ่ามือ เขาปัดออก "ทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว" เพอร์ซิวัลถามย้ำ "และอายุแค่นี้ เธอไม่ควรจะสูบ"


"หลายครั้งแล้ว"


"เซ็กส์น่ะหรือ"


“อ่าฮะ ถามทำไม อยากได้ซิงๆหรือไงคุณ”


เขาจ้องเด็กหนุ่มนิ่ง ถอนหายใจ เขกหัวอีกฝ่าย เจ้าตัวขาวร้องโอดโอย


นึกย้อนอดีตไปเมื่อตอนยังเยาว์วัย เวลานั้นอายุสิบเจ็ด ตอนกลางวันเรียนหนังสือ กลางคืนแอบออกเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูง ขโมยรถคันโปรดของพ่อขับชนเสาจนพังยับเยิน เพอร์ซิวัลในตอนนั้นเห็นแต่ภาพของพ่อแม่ที่กำลังทำหน้าผิดหวัง ทุบตีทำร้ายเขาที่ไม่ยอมเชื่อฟัง

ตำรวจบอกว่าผู้ปกครองของเขามาถึงแล้ว เขาก้มหน้ายอมรับสิ่งที่จะต้องเกิด แต่ในความเป็นจริง แม่ร้องไห้วิ่งมากอด นัยน์ตาของพ่อเบิกกว้าง ตัวสั่น เหงื่อแตก ทั้งคู่กอดเขา ถามเสียงสั่นว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไม่ได้ถามถึงเรื่องรถแม้แต่นิด

หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชีวิตเขากลับมาเป็นเหมือนเดิม เรียนและเที่ยวเล่นกับเพื่อนบ้าง มีความรัก เข้ามหาลัย นี่คือชีวิตวัยรุ่นของเขา ชีวิตวัยรุ่นที่เด็กอายุสิบเจ็ดทุกคนพึงมี


“ทำไมถึงคิดทำ” เพอร์ซิวัลหลบตา ก้มหน้า ยกมือเกาหลังคอ ชายหนุ่มรู้ดีว่าคำถามของเขามันละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย แต่เขาก็ถามออกไปแล้ว “ทำไมถึงทำอาชีพแบบนี้ พ่อแม่เธอไม่ว่าอะไรหรือ”


“อาชีพแบบไหนครับคุณ ขายตัวน่ะหรือ” เพอร์ซิวัลรู้สึกเก้อแปลกๆ ทั้งที่เจ้าคนถูกถามยังคงทำหน้าตาเหมือนไม่รู้สึกอะไร


“ได้เงินดี เสร็จแล้วก็วินๆกันทั้งคู่คุณได้เซ็กส์ ผมได้เงิน ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย และเซ็กส์ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ สนุกจะตาย นอกเสียจากจะเจอคนไม่ได้เรื่องล่ะนะ
ส่วนแม่ผม หล่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร หล่อนไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะเป็นหรือตายขอแค่มีเงินให้ ส่วนพ่อ ไม่รู้ว่าตายไปหรือยัง ชีวิตผมมันค่อนข้างจะบัดซบน่ะคุณ
อยากรู้ประวัติอะไรของผมอีกหรือเปล่าครับคุณนักสืบ แล้วเราจะไปกันได้หรือยัง อ้อ ผมชื่อเครเดนซ์ เครเดนซ์ แบร์โบน ทุกคนควรได้รู้ชื่อคู่นอน”


เขากระแอมไอแก้เขินเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้น “เพอร์ซิวัล เกรฟส์ฉันว่าเราไปกันดีกว่า” คว้าแขนเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายขยับตัวแนบชิด คล้องแขนกอดแน่นแนบอก กลิ่นหอมอ่อนคล้ายกุหลาบลอยแตะจมูก ศรีษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมดำขลับซบอยู่ที่ต้นแขน ลืมท่าทางของเด็กขวางโลกเมื่อสักครู่ไปเลย


เขาขมวดคิ้ว แบบนี้คือการเอาใจลูกค้าหรือ



และก็แอบหงุดหงิดตัวเองเล็กๆที่ใจเต้นแรงไปกับมัน





.........................................





เขาพาอีกฝ่ายขึ้นแท็กซี่ บอกทางไปร้านอาหารโปรดที่คุ้นเคย เด็กหนุ่มทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะยักไหล่ ปรกติ ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะกินผมก่อน ค่อยพาไปกินอะไร แล้วจ่ายเงิน เพอร์ซิวัลส่ายหน้า บอกอีกฝ่ายว่าพวกนั้นให้เงินเท่าไหร่ เขาจะให้เป็นเป็นสองเท่า จากนั้นจึงสั่งอาหารเมื่อบริกรของร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเดินมาหา

พวกเขาทั้งคู่สั่งอาหารง่ายๆอย่างพาสต้าและไวน์แดง ร่างสูงยักไหล่ให้เจคอบ เจ้าของร้านผู้คล้ายจะเป็นเพื่อนสนิทของเขา เมื่ออีกคนส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ แล้วหันไปจัดการอาหารตรงหน้าต่อ

กินไปได้สองสามคำก็อิ่ม เขานั่งเท้าข้าง จิบไวน์รสเยี่ยมของร้าน มองตามนิ้วเรียวยาวเกี่ยวเอาเส้นผมยาวซึ่งหล่นปรกปิดใบหน้าชวนมองทัดหู และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าถูกจ้อง เพอร์ซิวัลรู้สึกได้ถึงสัมผัสลูบขึ้นลงที่ใต้โต๊ะ เขากระแอมไอ ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบา เครเดนซ์กินข้าวในจานต่อ ทำหน้าเหมือนไม่ได้ทำความผิดอะไร


สามทุ่มสี่สิบห้า
เขาพาอีกฝ่ายเข้าโรงภาพยนตร์ “มีเซ็กส์นอกสถานที่บ้างก็ดีเหมือนกัน” เขาทำเป็นไม่สนใจ แม้ก้อนเนื้อในอกจะเต้นรัว ท่องในใจว่าเด็กอายุแค่สิบเจ็ด และเขาควรเลิกทำตัวเหมือนตนเองเป็นชายหนุ่มพึ่งหัดรัก


โปรแกรมภาพยนตร์มีแต่เกี่ยวกับเรื่องรักเพราะเป็นวันวาเลนไทน์ คนเด็กกว่าให้เขาเลือก เพอร์ซิวัลลองอ่านเรื่องย่อของแต่ละเรื่อง เลือกเรื่องที่คิดว่าน่าจะเอียนน้อยที่สุด จากนั้นจึงจูงมืออีกฝ่ายไปซื้อป๊อปคอร์นถังโตและน้ำแก้วใหญ่ ซึ่งป๊อปคอร์นถังนั้นก็โดนเครเดนซ์ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว แต่เขาไม่ได้ติดใจว่าอะไร
ขนมแบบนั้นคู่กับเด็กน่ะถูกแล้ว



เขาไม่รู้ว่าภาพยนตร์บนจอกว้างด้านหน้ากำลังบอกอะไร พระเอกนางเอกเป็นอย่างไร เนื้อเรื่องดำเนินในทิศทางไหน


สิ่งที่เขารู้เรื่องเพียงไม่กี่อย่างคือเสียงหัวเราะยามที่นางเอกปล่อยมุกตลก กร่นด่าเมื่อพระเอกทำอะไรโง่เง่าอย่างการไล่คนรักให้ออกไปจากชีวิต

และเสียงสะอื้นเมื่อรู้ว่าพระเอกมีอดีตที่แสนโหดร้าย ครอบครัวแตกแยก หัวใจแหลกสลาย มีชีวิตที่เลวทรามตั้งแต่ยังเยาว์

เหมือนชีวิตที่แสนบัดซบของเครเดนซ์


เพอร์ซิวัลคว้าคอเด็กหนุ่มที่น้ำตานองหน้า ประกบริมฝีปากรวดเร็วจนอีกคนแทบตั้งรับไม่ทัน



ชายหนุ่มใจเต้นแรง เขาจูบกับชายหญิงมานับสิบ

แต่เครเดนซ์เป็นคนแรกที่ทำให้ใจเต้นแรงขนาดนี้


ความตั้งใจแรกก็เพียงแค่ต้องการจูบปลอบประโลมความเศร้าโศกของอีกฝ่าย ใจจริงแล้วเขาไม่อยากจะทำสิ่งใดที่เป็นการล่วงเกินเด็กหนุ่มเสียด้วยซ้ำ


แต่เมื่อริมฝีปากอิ่มเปิดอ้า ลิ้นทั้งสองแตะกันแผ่วเบา


เพอร์ซิวัลกลับหยุดมันไม่ได้



เขาได้ยินเสียงถังป๊อปคอร์นตก และเสียงชิ้นส่วนเล็กๆกระจาย พร้อมกับสองมือน้อยที่วางแปะอยู่บนไหล่ เขาจูบต่อ ไม่สนใจอะไร เสียงรอบข้างมืดดับ ได้ยินแต่เพียงเสียงวิ้งที่หู รู้สึกถึงแรงขยับที่ไหล่เล็กๆเพราะอีกฝ่ายแอบเช็ดคราบขนมลงบนเสื้อของเขา


เรายังคงจูบกันต่อ แม้กระทั่งตอนพากันเดินขึ้นแท็กซี่ ไม่สนใจสายตาและเสียงอุทานตกอกตกใจของคนขับ เพอร์ซิวัลรู้แค่ว่ามันหยุดไม่ได้ ปากอิ่มบวมแดงที่เคล้าไปด้วยกลิ่นคาราเมลจากขนมทำเขายั้งตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เขาผละออกจากกลีบดอกไม้สีสวยชั่วครู่เพื่อให้อีกฝ่ายได้หายใจ ก่อนจะก้มลงไปฉกดมความหอมหวานนั่นอีกครั้ง และอีกครั้ง


ชายหนุ่มสาวเท้าเร็ว จูงร่างน้อยที่แทบจะเดินตามไม่ทันเข้าห้องพัก ผลักอีกฝ่ายลงโซฟากลางห้อง จูบอีกครั้ง ดุดันแต่ทว่านุ่มนวล รู้สึกได้ถึงแรงดึงทึ้งที่ผม และเสียงครางแผ่วที่ทำให้สติเลือนหาย


เด็กน้อยผลักเขาให้นอนหงาย ก่อนจะดันตัวเองให้เป็นฝ่ายขึ้นคร่อม โยนเสื้อโค้ทกันหนาวออก ร่างกายที่แนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างทำให้อากาศร้อนรุ่ม มือเล็กปลดซิบกางเกง ลุกขึ้นยืนแล้วร่นมันออกจากขาขาว ซึ่งมีชะตากรรมเดียวกับเข็มขัด ไปกองที่มุมไหนสักที่ของห้อง ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของร่างนวลเนียนจึงเหลือเพียงเสื้อยืดและชั้นในตัวจ้อย


มองเลยขึ้นไปคือใบหน้ายั่วเย้าฉายแรงอารมณ์ และปากอิ่มบวมแดง


ในหัวสมองกลับนึกถึงดวงตาเศร้าสร้อยและน้ำตาของอีกฝ่าย


เพอร์ซิวัลเริ่มแน่ใจอะไรบางอย่าง


“นี่เธอ”

ขนแขนลุกเกรียว เขาคว้ามือนิ่มที่หยอกล้ออยู่กับเป้ากางเกง ซิบและตะขอถูกปลดเรียบร้อย ดึงร่างแน่งน้อย พลิกกลับให้อีกฝ่ายอยู่ด้านล่าง กดจูบที่ปากอิ่มแดงเพราะอดใจไม่ไหว ก่อนจะหลับตาสักพัก ถอนหายใจ สะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งสูง ได้ยินเสียงอีกฝ่ายครางอย่างหงุดหงิดที่ถูกขัดอารมณ์วาบหวาม


“ทำไม


“ฉัน เอ่อ พูดตรงๆเลย ฉันไม่อยากให้เราทั้งคู่จบลงที่เซ็กส์เลย

เธออายุแค่เพียงสิบเจ็ด และเธอก็งดงามมาก

สำหรับฉัน... เธอมีอะไรมากกว่านั้น” เขาพูดพลางลูบหัวอีกฝ่าย หยิบเส้นผมที่ปรกหน้าทัดหู ก่อนจะคำรามและหยุดมือเล็กที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆกางเกงชั้นใน

“เรื่องเงิน ฉันจะจ่ายให้เธอตามสัญญา ไม่ต้องกลัวว่าจะเบี้ยว เท่าไหร่ก็ได้ ฉันมีเงิน” เด็กหนุ่มหัวเราะ เพอร์ซิวัลรู้สึกตัวเองหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร “แต่ขออะไรสักอย่างได้ไหม”


“อะไรหรือครับ” อีกฝ่ายถามตามใส ลุกขึ้นตามแรงดึงของคนแก่กว่า มองอีกฝ่ายที่นั่งนิ่ง แล้วยักไหล่อย่างปลงตกว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“เลิกรับลูกค้าได้ไหม ฉันขอเหมาเธอคนเดียว”


เด็กหนุ่มนิ่ง เพอร์ซิวัลคิดว่าตนพลาดไป อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาเป็นคนบ้า แต่ก็ต้องตกใจกับเสียงหัวเราะดังลั่นห้องพักของอีกฝ่าย และแสบตาเพราะรอยยิ้มแสนสดใสสั่นหัวใจที่อยู่กันมาหลายชั่วโมง เด็กน้อยพึ่งได้ยิ้มให้เขาเห็น “เหมือนคุณกำลังจีบผมเลยนะ”



เขาหน้าเห่อร้อน คิดในใจว่าหน้าต้องแดงแน่นอน เพอร์ซิวัลไม่ได้จีบใครมานานเป็นสิบปี ลืมไปแล้วว่าการจีบคนเป็นอย่างไร ที่พูดออกไปเช่นนั้นเพราะกลั่นกรองออกมาจากสมองและหัวใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงได้พูดออกมา



“คิดแบบนั้นก็ได้มั้ง”



“ดีจัง” อีกฝ่ายยิ้มหวาน บิดขี้เกียจ รับกางเกงจากมือคนแก่กว่าไปสวมใส่ “อยู่ดีๆก็มีเสี่ยเลี้ยง ผมยอมรับข้อเสนอละกัน”



เขานั่งลงข้างอีกฝ่าย อดใจไม่ไหวจึงกดจูบลงบนกลีบปากอิ่มอีกครั้งและรีบผละออกมาเพราะกลัวเตลิด จากนั้นทั้งคู่ก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไร มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกและเสียงก้อนเนื้อในอก


“คุณจะไม่ทำอะไรจริงๆน่ะหรือ คุณไม่ได้ล้อเล่นหรือ” เป็นเครเดนซ์ที่ทนความเงียบไม่ไหวพูดขึ้นมา เขามองหน้าชายอายุมากกว่า คิ้วขมวด


“ไม่ทำ และไม่ล้อเล่น” เพอร์ซิวัลพยักหน้า ควานหากระเป๋าเงิน หยิบธนบัตรทุกใบที่มียัดใส่มือเด็กตัวขาว “ฉันพูดจริงๆนะเครเดนซ์”



เด็กหนุ่มหัวเราะ เสียงที่ฟังยังไงก็ขมขื่นเกินกว่าที่จะหัวเราะเพราะมีความสุข “ทั้งๆที่ผมเป็นแบบนี้น่ะหรือ เป็นเด็กบ้านแตก ทั้งตัวไม่มีอะไรนอกจากร่างกายที่ไว้ใช้แลกเงิน แถมเราพึ่งเจอกัน และการเจอกันครั้งแรกของเราก็ไม่ได้โรแมนติก น่าภูมิใจ คุณจะจีบผมจริงๆหรือ”


ดวงตาของเด็กหนุ่มเศร้าสร้อยเสียจนเพอร์ซิวัลต้องจูบที่ปากนั่นอีกรอบจูบเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เขาไม่ตอบอะไร แต่ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด กดหัวซุกอก คิดภาพแทบไม่ออกว่าชีวิตที่ผ่านมาของเครเดนซ์มันบัดซบแค่ไหน ตั้งแต่เล็กจนโตเขามีพ่อแม่ เพื่อน ญาติพี่น้องคอยอยู่เคียงข้างเสมอ เงินทองมีเหลือกินเหลือใช้ ชีวิตถูกใช้ได้ตามต้องการ แต่กับชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ตรงกันข้าม เหมือนอยู่กันคนละโลก


และถูกที่พวกเขาพึ่งเจอกัน เขาไม่รู้และตัดสินไม่ได้ว่าความรู้สึกตรงนี้คืออะไร ที่รู้เพียงตอนนี้ก็คือความรู้สึกอยากปกป้อง
และอยากมอบความรักให้เด็กน้อยข้างกาย



“ฉันไม่สนนะ ว่าชีวิตเธอมันเลวร้ายแค่ไหน ฉันบอกเธอไปแล้วว่าเธอมีค่ามากกว่านั้นนะเครเดนซ์” เขาหยุดพูด เห็นประกายบางอย่างในตาคู่สวยแสนโศก น้ำใสไหลล่วง เขาซับออกแผ่วเบา “ฉะนั้น ฉันแนะนำให้เธอรับข้อเสนอนั้นเสีย ฉันเป็นตำรวจ ยศฉันสูงเงินเดือนฉันเยอะ ดูแลเธอ เลี้ยงเธอได้สบาย และจับไอคนที่มีเซ็กส์กับเธอได้ข้อหาพรากผู้เยาว์”



เขายิ้ม

พอใจตัวเองเป็นอย่างมากที่ทำให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้และเผยรอยยิ้มสดใสได้อีก


เครเดนซ์ยิ้ม มือน้อยไต่ลงที่เป้ากางเกง “แล้วคุณจะไม่ทำอะไรจริงหรือ”


“ให้ตายสิเครเดนซ์ ตอนนี้ยังก่อน ฉันต้องจีบเธอก่อนนะเด็กน้อย

ฉันจะรอให้เธออายุครบถูกต้องตามกฎหมาย เข้าใจไหม เลิกทำแบบนี้ ไม่งั้นฉันคงต้องโยนตัวเองลงตารางเสีย”


และจากนั้นเครเดนซ์ก็เอาแต่หัวเราะและยิ้มไม่หยุด


การจีบขั้นแรกของเขาคือจูบหวานฉ่ำและซื้อช็อคโกแลตยี่ห้อโปรดให้อีกฝ่ายเป็นของขวัญ นอนกอดกันสักพัก แล้วเขาจึงพาอีกฝ่ายไปส่งบ้าน เมื่อเด็กหนุ่มกระซิบข้างหูว่าพรุ่งนี้ตนมีเรียนต่อ (และเขาก็แอบดีใจเล็กๆที่อีกฝ่ายยังเรียนหนังสือ)

เขาขอเบอร์โทร บอกลา จูบที่ขมับ ย้ำอีกครั้งว่าเด็กหนุ่มมีค่ามากแค่ไหน และชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะเต็มไปหมด ก่อนจะจากมา ด้วยความรู้สึกมากมายที่แน่นคับอก ความรู้สึกที่เพอร์ซิวัลไม่ได้สัมผัสกับมันมานานแสนนาน



And I can't remember life before her name



จริงๆแล้ว

วาเลนไทน์ก็ไม่ได้น่าเบื่อสักเท่าไหร่
fin.





------------------------------------------------------------------------------------------
งานเผา งานอยากมีฟิควาเลนไทนนนน์-------













แฮปปรี้วาเลนไทน์ค่ะ<3





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น